อิตาลี แม่นโทษ ชนะดวล อังกฤษ 3-2 ซิวแชมป์ ยูโร 2020

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

[vc_row pix_particles_check=””][vc_column][vc_column_text]EURO 2020 FINALS Italy 1-1 England - อิตาลี แม่นโทษ ชนะดวล อังกฤษ 3-2 ซิวแชมป์ ยูโร 2020

ฟุตบอล ยูโร 2020 เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง อิตาลี ทีมเต็งแชมป์ที่ยังไม่แพ้ใครในรายการ พบ อังกฤษ อีกหนึ่งเต็งแชมป์ของรายการที่หัก เดนมาร์ก เข้าสู่รอบชิงฯ ที่สนาม เวมบลีย์ ประเทศอังกฤษ

เปิดฉากครึ่งแรกเพียง 2 นาที อังกฤษ ออกนำทันที จังหวะ แฮร์รี เคน เปิดบอลยาวไปถึง คีแรน ทริปเปียร์ ที่ดันขึ้นสูง ก่อนหยอดบอลเข้าเขตโทษ 6 หลา ก่อนที่ ชอวร์ ได้จังหวะเติมขึ้นมายิงยัดทางเสาซ้าย อังกฤษ ออกนำเร็ว 1-0

ท้ายครึ่งแรก อิตาลี กดดันได้ดี โอกาสยิงของ ชิโร่ อิมโมบิเล ติดบล็อก จอห์น สโตนส์ บอลไม่ไปไหนเข้าทาง จอร์จินโญ จ่ายตั้งไปที่ มาร์โก แวร์รัตติ ได้ส่องบอลเข้ามือ จอร์แดน พิคฟอร์ด หมดครึ่งแรก อังกฤษ นำอยู่ 1-0

เกมครึ่งหลัง โอกาสทองของ อิตาลี นาทีที่ 62 จังหวะของ เฟเดริโก เคียซา ลากบอลลุยมากลางเขตโทษ หาเหลี่ยมยิงผ่านแนวรับอังกฤษ บอลทะลุช่องแต่ยังไปเข้าซอง จอร์แดน พิคฟอร์ด ที่ยังทิ้งตัวปัดออกไปได้

อิตาลี มาตีเสมอจนได้นาทีที่ 67 บอลจาก ไบรอัน คริสตันเต โหม่งบอลเลยมาหน้าประตู กลายเป็นชงต่อไปให้ มาร์โก แวร์รัตติ ขึ้นโขกบ้าง แต่ยังติดมือ จอร์แดน พิคฟอร์ด ที่เซฟบอลชนเสาด้านซ้าย ก่อนที่ เลโอนาร์โด โบนุชชี จะตามมาซ้ำระยะเผาขน อิตาลี ไล่ตีเสมอสำเร็จ 1-1

จบเกม 90 นาที เสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษ ช่วงต่อเวลาพิเศษ อังกฤษ พลาดโอกาสขึ้นนำ นาทีที่ 97 จังหวะ คัลวิน ฟิลลิปส์ พักอกดูดบอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนซัดเต็มข้อ บอลเลยออกหลังไปชวดโอกาสขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 103 อิตาลี หวิดขึ้นนำบ้าง บอลจาก เอแมร์ซอน เลี้ยงบอลหลบเข้าในเขตโทษ ก่อนวางบอลแต่ยังไม่มีตัวขึ้นมาเติม เจอ จอร์แดน พิคฟอร์ด ออกมาดักบอลเร็วไปได้อีก

จบเกม 120 นาที ทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกัน 1-1 ต้องตัดสินที่การดวลจุดโทษ ช่วงดวลจุดโทษ อิตาลี ส่ง โดมินิโก เบร์ราดี ลงดวลคนแรกไม่พลาด ก่อนที่ อังกฤษ จะเปิดหัวด้วยกัปตันทีม แฮร์รี เคน ยิงได้เด็ดขาดไม่พลาดเช่กัน

อิตาลี ยิงพลาดคนแรกเป็น อันเดรีย เบลล็อตติ ก่อนที่ แฮร์รี แม็กไกวร์ จะลงมาดวลเข้าประตู อังกฤษ พลิกนำ โยนความกดดันให้ อิตาลี คนที่สาม อย่าง เลโอนาร์โด โบนุชชี ที่ลงไปยิงได้เหนือชั้นต่อชะตา อัซซูรี เอาไว้ได้

จังหวะมาตัดสินกันที่คนสุดท้าย อิตาลี ส่ง จอร์จินโญ ฮีโร่ดวลจุดโทษนัดที่แล้วลงไปปิดกล่อง แต่ทว่ากองกลาง เชลซี กลับยิงเบาไปติดเซฟ จอร์แดน พิคฟอร์ด

อย่างไรก็ตาม อังกฤษ ก็พลาดซ้ำเมื่อ บูกาโย ซาก้า รับหน้าที่ดวลจุดโทษคนสุดท้าย และยิงไปติดเซฟ จานลุยจิ ดอนนารุมมา ที่กลายเป็นฮีโร่เซฟ 2 จุดโทษติดกัน ส่งให้ อิตาลี ครองแชมป์ ยูโร 2020 สมหวังครองแชมป์ยุโรปได้เป็นสมัยที่สอง ในรอบ 53 ปี

สถิติในเกม

  • เปอร์เซนต์การครองบอล : อิตาลี 66% / อังกฤษ 34%
  • โอกาสยิงประตู : อิตาลี 19 / อังกฤษ 6
  • เปอร์เซนต์ผ่านบอล : อิตาลี 89% / อังกฤษ 75%
  • การแย่งบอล : อิตาลี 15/ อังกฤษ 15
  • การตัดเกม : อิตาลี 27 / อังกฤษ 15

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

อิตาลี (4-3-3) : จานลุยจิ ดอนนารุมมา,โจวานนี ดิ ลอเรนโซ,เลโอนาร์โด โบนุชชี,จอร์โจ คิเอลลินี,เอแมร์ซอน (อเลสซานโดร ฟลอเรนซี น.118),นิโคโล บาเรลลา (ไบรอัน คริสตันเต น.54),จอร์จินโญ,มาร์โก แวร์รัตติ (มานูเอล โลคาเตลลี น.96),เฟเดริโก เคียซา (เฟเดริโก แบร์นาร์เดสคี น.86),ชิโร่ อิมโมบิเล (โดมินิโก เบร์ราดี น.55), ลอเรนโซ อินซินเญ (อันเดรีย เบล็อตติ น.91)

อังกฤษ (5-2-3) : จอร์แดน พิคฟอร์ด,คีแรน ทริปเปียร์ (บูกาโย ซาก้า น.70),ไคล์ วอล์คเกอร์ (จาดอน ซานโช น.120),จอห์น สโตนส์,แฮร์รี แม็กไกวร์,ลุค ชอว์,คัลวิน ฟิลลิปส์,เดแคลน ไรซ์ (จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.74-มาร์คัส แรซฟอร์ด น.120),เมสัน เมานท์ (แจ็ค กรีลิช น.99),แฮร์รี เคน,ราฮีม สเตอร์ลิง[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row]