สิงโตคำราม ซัดชัยจุดโทษ เฉือน เดนมาร์ก 2-1 ลิ่วชิงยูโร

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

[vc_row pix_particles_check=””][vc_column][vc_column_text]Round of 4 - England 2-1 Denmark - สิงโตคำราม ซัดชัยจุดโทษ เฉือน เดนมาร์ก 2-1 ลิ่วชิงยูโร

สิงโตคำราม อังกฤษ ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลยูโร เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังเฉือนชนะ เดนมาร์ก 2-1 ทะลุเข้าไปชิงชนะเลิศกับ อิตาลี เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ในศึกฟุตบอล ยูโร 2020

เริ่มครึ่งแรก เดนมาร์ก มีลุ้นนาทีที่ 15 ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก ลากบอลมาถึงหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนหาช่องสับไกยิง แต่บอลเข้ามือ จอร์แดน พิคฟอร์ด ยังรับได้สบาย แต่นายทวารอังกฤษออกบอลพลาด เจอ มิคาเอล ดัมส์การ์ด ดักบอลหน้ากรอบเขตโทษแทงต่อให้ มาร์ติน เบรธเวท ซัดไปแฉลบออกหลัง

นาทีที่ 30 เดนมาร์ก แซงขึ้นนำก่อน จังหวะฟรีคิ้กของ มิคาเอล ดัมส์การ์ด ซัดไกล 25 หลาปั่นเข้ามุมซ้าย ก่อนมุดหนีมือ จอร์แดน พิคฟอร์ด ซุกตาข่ายเสียบมุมสุดสวย เดนมาร์ก ออกนำ 1-0

อังกฤษ มาทำประตูตีเสมอนาทีที่ 39 จังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง โฉบขึ้นมาบีบ ซิมอน เคียร์ เคลียร์บอลสกัดพลาดเสยเพดานตาข่ายเข้าประตูตัวเอง อังกฤษ ตีเสมอส้นหล่น 1-1 ก่อนหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เกมครึ่งหลัง เดนมาร์ก ยังสู้ได้สนุก และมีลุ้นจาก แคสเปอร์ โดลเบิร์ก วิ่งมาจับบอลก่อนซัดเน้นๆ หน้าเขตโทษ จอร์แดน พิคฟอร์ด ยังทิ้งตัวปัดไว้ได้ ก่อนถูกจับให้เป็นลูกล้ำหน้า

นาทีที่ 64 อังกฤษ เปิดเกมแลก ลุยแหลกหวังขึ้นนำ บอลจาก ราฮีม สเตอร์ลิง ชงต่อไปให้ บูคาโย ซาก้า แตะบอลยาวไปถึง เมสัน เมาท์ ได้จบเป็นตัวสุดท้าย ซัดเข้าทางซ้าย บอลเข้ากรอบแต่ แคสเปอร์ ชไมเคิล ยังเซฟไม่มีพลาด

อังกฤษ หวิดได้เฮช่วงทดเจ็บในเกม 90 นาที จังหวะของ เมสัน เมาท์ โยนบอลฟรีคิ้กทางฝั่งขวา บอลโค้งหน้ากรอบ 6 หลา ไปเข้า แฮร์รี แม็กไกวร์ เทคตัวโหม่งบอลติดมือ แคสเปอร์ ชไมเคิล ไม่มีพลาด จบเกม 90 นาที เสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษ

นาทีที่ 104 อังกฤษ เฮลั่นสนาม เมื่อผู้ตัดสินเช็ควีเออาร์ ก่อนชี้ให้เป็นจุดโทษของอังกฤษ แฮร์รี เคน รับหน้าที่สังหารแต่ซัดไปเข้าซอง แคสเปอร์ ชไมเคิล แต่บอลเด้งออกไปเข้าทาง เคน ได้ซ้ำต่อไม่มีเหลือ อังกฤษ แซงขึ้นนำ 2-1

จบเกม อังกฤษ เฉือนชนะ เดนมาร์ก 2-1 เข้าไปชิงชนะเลิศกับ อิตาลี เพื่อลุ้นแชมป์ ยูโร 2020 ในวันที่ 11 กรกฎาคม

สถิติในเกม

  • เปอร์เซนต์การครองบอล : อังกฤษ 58% / เดนมาร์ก 42%
  • โอกาสยิงประตู : อังกฤษ 20 / เดนมาร์ก 6
  • เปอร์เซนต์ผ่านบอล : อังกฤษ 87% / เดนมาร์ก 81%
  • การแย่งบอล : อังกฤษ 16 / เดนมาร์ก 5
  • การตัดเกม : อังกฤษ 13 / เดนมาร์ก 33

รายชื่อนักเตะของทั้งสองทีม

อังกฤษ (4-2-3-1): จอร์แดน พิคฟอร์ด, ไคล์ วอล์คเกอร์,จอห์น สโตนส์, แฮร์รี แม็กไกวร์, ลุค ชอว์, คัลวิน ฟิลลิปส์,ดีแคลน ไรซ์ (จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.95), บูคาโย ซาก้า (แจ็ค กรีลิช น.69-คีแรน ทริปเปียร์ น.106), เมสัน เมาท์ (ฟิล โฟเดน น.95), ราฮีม สเตอร์ลิง, แฮร์รี เคน

เดนมาร์ก (3-4-3): แคสเปอร์ ชไมเคิล, อันเดรียส คริสเตนเซน (โยอาคิม อันเดอร์เซน น.79), ซิมอน เคียร์, ยานนิค เวสเตอร์การ์ด (โยนาส โอลเดอร์ วินด์ น.106), เยนส์ สตรีเกอร์ ลาร์เซน (แดเนียล วาสส์ น.67), ปิแอร์-เอมิล ฮอยจ์เบียร์จ, โธมัส เดอลานีย์ (มาติอัส เยนเซน น.88), โยอาคิม เมห์เล,  มาร์ติน เบรธเวท, แคสเปอร์ ดอลเบิร์ก (คริสเตียน นอร์การ์ด น.67), มิคาเอล ดัมส์การ์ด (ยุสซุฟ โพลเซน น.67)[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row]