ลูกากู ส่งท้าย เบลเยี่ยมส่องชัย ฟินแลนด์ 2-0 ครองแชมป์กลุ่ม

แชร์บทความนี้
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

[vc_row pix_particles_check=””][vc_column][vc_column_text]Finland - Belgium ลูกากู ส่งท้าย เบลเยี่ยมส่องชัย ฟินแลนด์ 2-0 ครองแชมป์กลุ่ม

โรเมลู ลูกากู ทำประตูปิดท้าย ให้ เบลเยี่ยม ทำสถิติชนะรวดกำชัย ฟินแลนด์ 2-0 ในรอบแบ่งกลุ่ม ศึกฟุตบอล ยูโร 2020 ครองแชมป์กลุ่มบี ส่วน ฟินแลนด์ โอกาสลุ้นเข้ารอบในฐานะทีมอันดับ 3 เริ่มริบหรี่

ครึ่งแรก เบลเยี่ยม ตั้งเกมได้ก็ได้โอกาสบุกกดดันน่าได้ลุ้น จังหวะบุกน่ากลัวของ เควิน เดอ บรอยน์ พาบอลเข้ากรอบก่อนซัดด้วยซ้ายติดบล็อค เปาลุส อรายูรี บอลเปลี่ยนทางหวิดเข้าประตูตัวเอง ยังเป็น ลูคัส ฮราเดคกี เซฟได้หวุดหวิด

ฟินแลนด์ โอกาสกดดันน้อยครั้ง ยังเป็น เบลเยี่ยม ที่คุมเกมได้ แต่ก็ยังไม่มีโอกาสขึ้นนำ ท้ายครึ่งแรกเป็น เควิน เดอ บรอยน์ ทะลุเข้ากรอบได้ปั่นด้วยขวาเกือบมีลุ้นอีกครั้ง แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ ครึ่งแรกเสมอกัน 0-0

ครึ่งหลัง เบลเยี่ยม ทำเกมน่าได้ลุ้นนาทีที่ 65 โอกาสส่องของ โรเมลู ลูกากู ในเขตโทษ จากการประสานงานกับ เควิน เดอ บรอยน์ ยิงด้วยซ้ายผ่านมือ ฮราเดคกี แต่จังหวะนี้ถูกวีเออาร์ตัดสินริบประตูเนื่องจากล้ำหน้า

นาทีที่ 74 เบลเยี่ยม พังประตูแรกในเกม บอลจาก เควิน เดอ บรอยน์ เปิดลูกเตะมุมครอสไปถึง โทมัส แฟร์มาเลน โขกบอลตกพื้นเด้งชนคานแฉลบ ลูคัส ฮราเดคกี กลายเป็นเข้าประตูตัวเอง ออกนำ 1-0

เบลเยี่ยม เกมไม่ไหลลื่น แต่ก็มาได้ประตูปิดกล่องช่วง 10 นาทีสุดท้าย โรเมลู ลูกากู ได้บอลจาก เควิน เดอ บรอยน์ พลิกตัวยิงด้วยขวา ส่งบอลเข้าตาข่ายเป็น 2-0

จบเกม ฟินแลนด์ แพ้ เบลเยี่ยม 2-0 โอกาสเข้ารอบเป็นทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดเริ่มริบหรี่ ส่วน เบลเยี่ยม ยังชนะได้แม้ในวันที่ไม่เต็มร้อย เข้ารอบ 16 ทีมในฐานะแชมป์กลุ่มบี

ตารางคะแนน

Finland-Belgium ตารางคะแนน

รายชื่อนักเตะของทั้งสองทีม

ฟินแลนด์ (5-3-2) : ลูคัส ฮราเด็คกี, ยุคกา ไรตาลา, ยูนา ทอยวิโอ, เปาลุส อรายูรี, ดาเนียล โอชอนเนสซี, เยเร ยูโรเนน (นิโคไล อัลโฮ น.70), เกล็น กามารา, ทิม สปาร์ฟ (ราสมุส ชูลเลอร์ น.59), โรบิน ล็อด (มาร์คัส ฟอร์ส น.91), เยเร ยูโรเนน, ตีมู ปุกกี้ (เฟรดริค เยนเซน น.91), โยเอล โปห์ยานปาโล (โยนี เคาโก น.70)

เบลเยียม (3-4-2-1) : ติโบต์ กูร์กตัวส์, เจสัน เดนาเยอร์, เดดริค โบยาตา, โทมัส แฟร์มาเลน, นาเซอร์ ชาดลี, เควิน เดอ บรอยน์ (ฮานส์ วานาเคน น.91), อักเซล วิตเซิล, เลอันโดร โตรส์ซาร์ (โธมัส มูนิเยร์ น.75), เอเดน อาซาร์ด, โรเมลู ลูกากู (คริสตีย็อง เบนเตเก น.84), เฌเรมี โดกูว์ (มิชี บาตชูอายี น.75)[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row]